Your Forest or Our Forest?
Posted by admin at 11:50 am in Daily Diary

ดูข่าวภาคเหนือตอนล่างน้ำท่วม ได้เห็นสภาพภัยพิบัติธรรมชาติ ชาวบ้านสูญเสีย พลัดพราก เห็นแล้วก็รู้สึกเศร้าเหลือเกิน บางคนบอกว่านี่คือผลของการตัดไม้ทำลายป่า ก็อาจจะใช่ แต่ใครหล่ะเป็นคนทำ ใครหล่ะเป็นคนรับผล และใครหล่ะที่ต้องรับผิดชอบ

ได้แต่ตั้งคำถามอยู่ในใจมาหลายวันแล้ว บังเอิญวันนี้นึกอย่างไรไม่รู้อยากจะดูรายการคนค้นคนก็เลยได้มีโอกาสดู ตอน “พฤ โอ่โดเชา ผมเดินเพื่อชีวิต” เป็นรายการย้อนหลังจาก http://hiptv.mcot.net/ เป็นเรื่องราวของ พฤ ชายหนุ่มชาวปะกากะยอจาก เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ตัดสินใจออกเดินจากบ้านจุดหมายที่กรุงเทพ เพื่อรณรงค์ให้คนเข้าใจ และสนับสนุน พรบ.ป่าชุมชน ที่ยังไม่ผ่านสภาเสียที การเดินของเขาครั้งนี้ เขาเรียกมันว่าธรรมชาติยาตรา คือไม่ประท้วง ค่อยๆเดินนำเสนอเรื่องราวป่าชุมชมให้แก่ผู้คน พร้อมทั้งเป็นการศึกษาชีวิตของตัวเขาเองด้วย พฤ เกิดมาในหมู่บ้านชาวปะกากะยอ ในเขตป่า โดยไม่มีเอกสารที่ดินทำกิน ชีวิตของชาวบ้านก็จับปลาหาหน่อไม้ ในป่า อยู่ร่วมกับป่า แต่มาวันหนึ่งรัฐก็บอกว่าพวกเขาไม่มีสิทธิอยู่ในป่า ต้องออกไป ทั้งที่ชีวิตของคนแถวนั้นขอแค่อยู่กับป่าและหาอยู่หากินจากป่าเท่านั้น มีคำพูดคำนึงของพฤที่สะกิดใจเรามากว่า “การเดินของเขาครั้งนี้เขาตั้งใจจะแสดงเจตจำนงค์ ขอให้ พรบ.ป่าชุมชม เกิดขึ้นได้ แต่มันเป็นเรื่องยากลำบากเหมือนกัน ที่เราเป็นคนอยู่กับป่า เข้าใจป่า แต่ต้องมาขอให้คนที่ไม่ได้อยู่กับมัน(สส. สภา) เป็นคนออกกฏหมายให้เรา” พฤเดินหน้าทำความเข้าใจกัผู้คนตามทางที่เขาเดินผ่าน มีบางคนเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง การเรียนรู้ของพฤก็มีมากขึ้นเมื่อพบว่ายิ่งเดินเข้าใกล้เมืองเข้าใกล้ กรุงเทพเท่าไหร่ ผู้คนก็ยิ่งเย็นชา ไม่รับรู้ ไม่แม้แต่จะรับเอกสารของเขา หรือรับแล้วโยนทิ้งอย่างไม่มีค่า หลายคนไม่รู้จักป่าชุมชนด้วยซ้ำ เข้าใจว่าป่าชุมชนก็คือพื้นที่ร่มรื่นไว้ออกกำลังกาย ทำให้พฤได้รู้ว่าคนเมืองเขาไม่มีป่าแล้ว เขาจึงไม่รู้ว่าป่าชุมชนคืออะไร

ตอนนี้พฤเดินทางกลับไปแล้ว ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากการเดินทางของเขา ส่วนเราการได้รับรู้เกี่ยวกับการเดินทางของเขาทำให้เราได้เรียนรู้และทบทวน อะไรมากมาย ตอกย้ำภาพช่องว่างของคนในประเทศที่ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน ทั้ง ฐานะ วิถีชีวิตและความเข้าใจกันและกัน วิสัยทัศน์ของชนชั้นระดับผู้นำประเทศทุกยุคทุกสมัย เรื่องป่าชุมชนเราได้รับรู้มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ซึ่งเรื่องนี้คงจะมีประเด็นมาก่อนหน้านั้นด้วยซ้ำไป นี่มันเป็นสิบๆปีแล้ว ทุกอย่างก็ยังคงสถานะเดิม ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ง่ายๆด้วยการคิดว่ามันเกิดจากคนที่อยู่กับป่า หลายปัญหาที่แก้ไขด้วยวิธีคิดแบบที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากชนชั้นปัญญาชนที่ เป็นระดับบริหารประเทศ อย่างเมื่อเร็วนี้ ที่เรื่องคุณครูทางภาคใต้โดนจับเป็นตัวประกัน และกลุ่มครูเรียกร้องให้มีรั้วโรงเรียนที่ปลอดภัยกว่านี้ ท่านผู้บริหารก็เลย เร่งของบประมาณไปสร้างรั้วโรงเรียนให้ใหม่ ซึ่งจริงๆรั้วที่คุณครูต้องการมันไม่ใช่รั้วทางกายภาพ ครูตั้งการรั้วคือมาตรการรักษาความปลอดภัย การดูแลที่จะได้รับจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรืออย่างปัญหาการซิ่งมอเตอร์ไซค์ของวัยรุ่นก่อนหน้านี้ก็ แก้ปัญหาด้วยการจัดสนามให้ไปแข่งกันเป็นที่เป็นทางซะเลย หลายอย่างที่เรารู้สึกว่าคนระดับบริหารมองปัญหาฉาบฉวยเกินไป เหมือนแก้ไปแกนๆ ให้มีผลงานไปงั้นๆ กลับมาเรื่องปัญหาตัดไม้ทำลายป่าก็เหมือนกัน ในความรู้สึกเราคนที่อยู่กับป่า ไม่มีทางทำลายป่าจนวินาศได้ขนาดนั้นหรอก ยิ่งเลยเงินทุนทีจะทำลายเลิกคิดไป ได้เลย แต่คนไม่อยู่กับป่านี่สิ ที่เข้าไปสร้างปัญหา อย่างที่พฤได้บอกว่า “ป่าที่ไม่ได้มีการดูแล จนสภาพมันไม่สมบูรณ์แล้ว ก็ให้ สปก ส่วนป่าที่คนอยู่อย่างอนุรักษ์ และสภาพยังดีอยู่ก็ไล่ชาวบ้านออกไป” ซึ่งถ้ามานั่งคิดๆนะ พวก สปก นี่ส่วนใหญ่ ที่ได้ไปไม่ใช่ชาวบ้านที่เดือดร้อนสักเท่าไหร่เลย เราว่ามันคล้ายใบปูทางผ่านชาวบ้านให้นายทุนเข้าไปครอบครองมากกว่า ไปทำสนามกอล์ฟ ไปทำรีสอร์ท หลายคราวที่ได้ยินข่าว ที่ดินสปก พัวพันกับนักการเมือง หรือเห็นง่ายๆมีหมู่บ้านนึงที่เราเคยไปมาเดิมก็เป็นของชาวบ้านนั่นแหละ แต่ถ้าไปดูจริงๆ จะเห็นว่ามีแต่บ้านแบบสวิต ของคนกรุงไปปลูกเต็มไปหมด ชาวบ้านก็กลายเป็นคนรับจ้างทำอาหาร ทำความสะอาดบ้านให้คนกรุงไป

ป่าชุมชน จะมีความหมายอย่างไรในชีวิตคนเมืองเราก็ไม่รู้ แต่สำหรับเราการมีคนที่อยู่กับป่า ดูแลป่า เราว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ป่าจะอยู่ไหน มันก็คือป่าของเราด้วย เราขอสนับสนุน พรบ.ป่าชุมชนด้วยอีกคน นับถือและให้กำลังใจ พฤ และเพื่อนๆกลุ่มธรรมชาตยาตรา ถึงเราจะไม่มีโอกาสได้สนับสนุนกลุ่มของพฤ และยังกลุ่มต่างๆที่ทำหน้าที่เพื่อชุมชนเพื่อสังคมอย่างกลุ่มของพฤ อย่างเป็นรูปธรรมนัก ก็อย่างที่พฤบอกว่า “นอกจากผมต้องสละความคิดที่อยากอยู่ในหมู่บ้าน และออกไปเดินแล้ว ถ้าไม่มีพ่อ แม่ พี่ เมีย มาทำหน้าที่ทำมาหากินแทนระหว่างนั้น ผมก็คงจะออกไปเดินไม่ได้” เราก็จะพยายามทำหน้าที่ของตัวเองที่เราจะสามารถทำได้ให้มากที่สุด และถ้ามีโอกาสเราก็อยากจะช่วยสนับสนุน และให้กำลังใจแก่กลุ่มคนที่เสียสละเหล่านี้ ในด้านที่เรามี อย่างน้อย เราก็จะช่วยชี้แจงให้คนเมืองรู้ว่า ชาวบ้าน กลุ่มคน ที่มาชุมนุมเรียกร้องต่างๆ ไม่ได้รับจ้างใครมาอย่างที่เขาคิด ปัญหารถติดมันน้อยนิดเมื่อเทียบกับปัญหาที่พวกเขาได้รับด้วยซ้ำ หรือคุณคิดว่าเมื่อไม่มีบ้านจะอยู่ ไม่มีที่ซุกหัวนอน ครอบครัวไม่เป็นครอบครัว ถ้าเป็นคุณ คุณรับได้เมื่อเทียบกับปัญหาไม่มีรถขับ?

“หลายคนถามผมว่า รับจ้างมาหรือ ผมก็ตอบไปว่า ใช่รับจ้างมา หน่อไม้จ้างมา ต้นไม้จ้างมา ปลาในลำธารจ้างมา เมียจ้างมา ลูกจ้างมา”

Leave a Comment


  • Links

  • Store

  • Meta


  • eXTReMe Tracker