Chiang Tung Trip 20-23 Oct 2007
Posted by admin at 10:41 am in Daily Diary

นอนซมเพราะป่วยมาหลายวัน เป็นโรคไข้หวัดเชียงตุง  เพิ่งจะดี ขึ้น เลยมานั่งจัดรูป เอามาขึ้นเว็บสักหน่อย ก็ถ่ายรูปไม่ค่อยสวยหรอก แต่ก็ถ่ายด้วยใจนะ


ไปเชียงตุง โดยบังเอิญไม่ได้วางแผนอะไรเลย ตอนแรกพี่นิวชวนว่าไปหลวงพระบางกัน  แต่ด้วยระยะเวลาเดินทางที่ยาวนาน กับวันหยุดแค่ 4 วันคงเที่ยวไม่สนุก
พี่นิวเปรยว่าหรือจะไปเชียงตุง  ก็บังเอิญพี่ชาติบอกว่าเพื่อนพี่กำลังจะไป สนใจจะฝากไปด้วย ก็เลยเริ่มแผนการอย่างรวดเร็ว โดยการโทรจองตั๋วรถทัวร์ไปแม่สายเพื่อเจอกับพี่ๆเขา
ดันมีตั๋วอีกทั้งๆที่เป็นหน้าเทศกาล  ก็เป็นอันต้องไปแน่นอน  เป็น Trip ที่กระทันหันและรวดเร็วมาก ทั้งแผนการและการตัดสินใจ เย็นวันนั้นก็รีบกลับบ้าน Packกระเป๋า วันศุกร์รุ่งขึ้นก็เดินทางเลย


การเดินทางไปเชียงตุงก็ต้องเหมารถของฝั่งพม่าเข้าไป เห็นพี่เขาว่าประมาณ 160 กม แต่ใช้เวลานานถึง 4-5 ชม. ทางก็เป็นถนนลาดยางนะ ผ่านเมืองของพม่าเป็นระยะๆ
แต่ จะเป็นทางลัดเลาะผ่านหุบเขามั้งเลยช้า  แต่สองข้างทางสวยมั่กๆ  เขียวขจี  ภาพนาขั้นบันได เป็นอะไรที่ประทับใจมาก   ไปถึงก็จะเที่ยวพวกวัดในเชียงตุง   ดอย ตลาด
อาจเพราะยังไม่เป็นเมืองท่องเที่ยวมากนัก  ค่าครองชีพก็ถูก ผู้คนอัธยาศัยดีมากๆเลย  ว่ากันว่าเมืองเชียงตุง เหมือนประมาณแม่ฮ่องสอนเมื่อสิบปีที่แล้ว เราว่าก็อาจจะเป็นไปได้นะ


คนที่นี่ส่วนมากจะเป็นคนไทใหญ่ มีไทอย่างอื่นด้วย แต่จำไม่ได้เยอะมาก แต่เขาจะไม่ชอบถ้าเราเรียกเขาเป็นพม่า  เขาจะบอกว่าเขาไม่ใช่พม่า  เป็นไทใหญ่ และอาศัยอยู่ในรัฐฉานซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของพม่า
ภาษาที่ใช้ก็มีภาษาไทใหญ่ด้วย  เราซื้อเพลงไทใหญ่มาด้วย เพราะฟังแล้วเพราะและสบายใจดี   คนที่นี่มีหลายศาสนาทั้ง พุทธ คริสต์ อิสลาม ถ้าที่ราบรู้สึกจะพุทธเยอะหน่อย แต่พอขึ้นดอย ชาวเขาจะถือคริสต์กันนะ มีโบสถ์ด้วย
เด็กแต่ละดอยก็น่าตาไม่เหมือนกัน คงเพราะคนละเผ่ากัน เผ่านึงที่เราไปเขาจะตาโต  อีกเผ่าตาจะเล็กหน่อย  แต่เด็กๆน่ารักมาก พอเอาขนมไปแจก เขาจะดีใจกันมากตามประสาเด็ก น่ารัก แต่เราก็สงสารเขาด้วย


อาหารที่นี่ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่  ไม่ใช่ว่าเรากินมังสวิรัติ แล้วไม่ถูกปากนะ  คนอื่นๆที่เขากินปกติก็รู้สึกเหมือนกัน เพราะเขาจะกินมันๆคล้ายๆคนจีน (เพราะที่นี่อีก 100 กว่ากิโลก็ถึงสิบสองปันนาแล้ว)
แถมชอบกินเค็ม ด้วย รสเค็มจะโดดมาก เพราะเขาติดผงชูรสกัน   ถ้าอะไรจืดก็จะจืดๆไปเลยแล้วมันๆด้วย  แต่เราก็กินเข้าไปหมดแหละ กลับมารู้สึกน้ำหนักขึ้นเลย


บนดอยมีคุณยายคนนึงแกมีรูปครอบครัวในหลวงเราด้วย เก่ามาก ก็เลยถ่ายรูปกลับมา ไปเยี่ยมวังเก่าของเจ้าครองแคว้นเชียงตุงด้วย  เดี๋ยวนี้ไม่มีเจ้าเหล่านี้แล้ว ตั้งแต่พม่าครองเจ้าก็หนีไปหมด รู้สึกจะหนีมาเมืองไทยนี่แหละ
จะมีนามสกุล ณ เชียงตุงด้วย  เพราะยุคหนึ่งสมัยหนึ๋ง เชียงตุงเคยเป็นของไทยอ่ะ คนเฝ้าวังเป็นคุณตาสูงอายุคนหนึ่ง  แกมีรูปในหลวงเราในบ้านหลายรูปเชียว ดูแกนับถือพระองค์มาก ถือรูปทูนหัวเลย แล้วก็ชื่นชมในหลวงเราใหญ่
ก่อนกลับ เราไหว้คุณตาด้วย  คุณตาบอกว่าไหว้ไม่ได้  การไหว้ ไว้ไหว้พระไหว้เจ้า เท่านั้น แกเป็นคนธรรมดา ก็เลยได้ความรู้อีกอย่างนึงว่าที่นี่เขาไม่ไหว้กันพร่ำเพรื่อ


ค่าครองชีพที่นี่ถูกมาก น้ำเต้าหู้ 2ถุง แค่ 5 บาทเอง  พี่แหม่มผู้นำทริป แจกเงินให้คนละ 2000 จ๊าด คิดเป็นเงินไทยแค่ ประมาณ 50 บาทเอง แต่เราซื้อของกินได้เยอะมาก แถมยังมีตังค์ซื้อ VCD คาราโอเกะเพลงไทใหญ่
มาอีกหลายแผ่น  อ้อ คนที่นี้เขาพูดไทย ได้นะ   Shopping สบาย เขาดู ทีวีไทย กับจีนด้วย  แต่ถ้าขึ้นดอย ชาวเขาเขาพูดภาษาอื่น อันนี้จะฟังไม่รู้เรื่องและ


โดยรวมก็ประทับใจเชียงตุง มาก  ธรรมชาติสวย ผู้คนน่ารัก  ถ้ามีโอกาสก็อยากกลับไปอีก  เขาว่าบนดอยเหมย มีดอกซากุระด้วย สวยมาก ยิ่งถ้าหน้าหนาว มีหิมะตกด้วย โอ้โห เยี่ยมไปเลย

ดูรูป Trip เชียงตุงของเราได้ที่  http://picasaweb.google.com/jwichitra/ChiangTung  นะจ๊ะ

Kengtung (Chiang Tung) has recently opened to foreigners. The Burmese Government has officially sanctioned the border crossing to Tachilek. The Buddha image Maha Myat Muni is the most sacred but other important temples are the Sun Sali, Sun Taung and Sun Lwe. The town is a treasure trove of traditional architecture with old-style houses with intricately designed wooden balconies so characteristic of Shan architecture. Click here to find out more! 

Kengtong was founded by the grandson of King Mangrai. This migration of the Chiangmai dynasty, made in the 13th century with the idea of founding a new kingdom which called Lannathai in Chiang Mai, has resulted in Kengtong having a different type of Tai population from the rest of the Shan State.

The city hosted the headquarters of the Thai Phayap Army, which had occupied the Shan States, during the Second World War.

The Tai here call themselves Khün; their speech contains many variations from the western Shan, and their script is entirely different.

Most of the Khuns for example would adopt Thai names, in the wats of Kengtong one would find the monks chanting their daily prayers exactly the same way as if anywhere in Thailand. The Thais have always felt Cheingtung to be a part of their old country

Kengtong is the largest, most mountainous, most easterly, and culturally the farthest from the Burmese, of all the Shan States. Geography makes approach to it from the rest of Burma difficult for it lies not only beyond the Salween across which no bridge has been built and whose eastern tributaries have cut no easy routes through the serried north-south ranges, but nearer again to the Mekong than to the Salween.

Read more ==>Kengtung: Remote city of the eastern Shan state
by John B. Haseman

11 comments

-::- WiCHiTRa.cOm -::-